Open post
หลวงพ่อโสธร

” หลวงพ่อโสธร ” วัดโสธรวรารามวรวิหาร

 

” หลวงพ่อโสธร ” พระพุทธรูปสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา

” หลวงพ่อโสธร “หรือ หลวงพ่อพระพุทธโสธร เป็นพระพุทธรูปสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ข้อมูลจากการตรวจสอบภายในหลวงพ่อโสธรโดยกรมศิลปากร พบว่า หลวงพ่อโสธรประกอบขึ้นจากหินทรายแปดชิ้น แล้วพอกปูนทับเป็นองค์
หลวงพ่อโสธร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ คือมีพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิราบ พระชงฆ์ขวาทับพระชงฆ์ซ้าย พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้ายวางซ้อนกันอยู่บนพระเพลา มีส่วนสูง 6 ฟุต 7 นิ้ว พระเพลากว้าง 5 ฟุต 6 นิ้ว ปัจจุบันประดิษฐาน อยู่ในพระอุโบสถหลวงวัดโสธรวราราม จังหวัดฉะเชิงเทรา

ตำนานของหลวงพ่อโสธรนั้น ไม่ได้กล่าวไว้ว่าใครเป็นคนสร้างหรือสร้างเมื่อใด ทราบตามที่เล่าต่อๆ กันมาแต่เพียงว่า ในจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือของไทย มีพระภิกษุสามองค์พี่น้อง เรียนพระธรรมวินัยแตกฉานแล้วก็จำแลงกายเป็นพระพุทธรูป

เมื่อมาถึงบริเวณหนึ่งก็ปรากฏองค์ขึ้น ชาวบ้านบริเวณนั้นพบเข้าก็พากันเอาเชือกมนิลามาฉุดขึ้น แต่ก็เอาขึ้นมาไม่ได้เพราะเชือกขาด ก่อนที่พระทั้งสามองค์จะจมหายไปบริเวณที่พระทั้งสามองค์ลอยทวนน้ำหนีนั้นเรียกว่า สามพระทวน ต่อมาได้เพี้ยนและเรียกว่า สัมปทวน อำเภอเมืองฉะเชิงเทราจนทุกวันนี้

ต่อมาได้มาผุดขึ้นที่คลองคุ้งให้ชาวบ้านแถวนั้นเห็นอีก ชาวบ้านก็พยายามฉุดขึ้นฝั่งแต่ไม่สำเร็จอีก สถานที่นั้นเรียกว่า บางพระ มาจนทุกวันนี้ แต่นั้นมาพระพุทธรูปทั้งสามองค์ก็ได้สำแดงอภินิหารในคลองเล็กๆ ตรงข้ามกองพันทหารช่างที่ 2 ฉะเชิงเทรา บริเวณนั้นเรียกว่า แหลมลอยวน คลองนั้นได้นามว่า คลองสองพี่น้อง ภายหลังก็เงียบไป

จวบจนองค์หนึ่งได้ลอยไปจนถึงแม่น้ำแม่กลอง และไปปรากฏขึ้นที่สมุทรสงคราม ชาวประมงได้พร้อมใจกันอาราธนาขึ้นไปประดิษฐานไว้ที่วัดบ้านแหลมหรือวัดเพชรสมุทรวรวิหาร เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นที่นับถือของพุทธศาสนิกชนชาวสมุทรสงคราม เรียกกันว่า หลวงพ่อบ้านแหลม มาจนทุกวันนี้…

Open post
หลวงพ่อปราโมทย์

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ประวัติ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

หลวงพ่อปราโมทย์  เกิด พ.ศ.๒๔๙๕ ณ บ้านดอกไม้ ต.บ้านบาตร อ.ป้อมปราบศัตรูพ่าย จังหวัด พระนคร

การศึกษา ชั้นประถมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนสุริยวงศ์, ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ณ โรงเรียนวัดพลับพลาชัย, ชั้นมัธยมศึกษา ณ โรงเรียนโยธินบูรณะ, ปริญาตรีและโท ณ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สจว.รุ่นที่ ๕๗

การทำงาน ลูกจ้าง กอ.รมน. (๒๕๑๘-๒๕๒๑), เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ๓-๗ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (๒๕๒๑-๒๕๓๕), ผู้ชำนาญการ ๘-๑๐ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (๒๕๓๕-๒๕๔๔)

การศึกษาธรรม นักธรรมตรี, ศึกษาอานาปานสติตามคำสอนของท่านพ่อลี ธัมมธโรตั้งแต่ ๒๕๐๒, ศึกษากรรมฐานจากครูบาอาจารย์สายวัดป่าหลายรูป ตั้งแต่ ๒๕๒๕ อาทิหลวงปู่ดูลย์ อตุโล หลวงพ่อพุธ ฐานิโย หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี หลวงปู่สิม พุทธาจาโร หลวงปู่บุญจันทร์ จันทวโร และหลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ เป็นต้น, อุปสมบทครั้งแรกในสมัยที่ยังเป็นนักศึกษา ณ วัดชลประทานรังสฤษฎ์ จ.นนทบุรี โดยมีหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุเป็นพระอุปัชฌาย์, อุปสมบทครั้งที่ ๒ ณ วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ (๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๔) โดยมีพระราชวรคุณ (สมศักดิ์ ปณฺฑิโต) เป็นพระอุปัชฌาย์

สถานที่จำพรรษา ๕ พรรษาแรกจำพรรษาอยู่ ณ สวนโพธิญาณอรัญวาสี อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ของท่านพระอาจารย์สุจินต์ สุจิณโณ และพรรษาที่ ๖ ณ สวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลุรี โดยความเห็นชอบของพระอุปัชฌาย์

งานเขียน วิมุตติปฏิปทา (๒๕๔๒-๒๕๔๔) ก่อนอุปสมบท, วิถีแห่งความรู้แจ้ง(๒๕๔๕),ประทีบส่องธรรม (๒๕๔๗) ทางเอก (๒๕๔๙) วิมุตติมรรค (๒๕๔๙) และแก่นธรรมคำสอนของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล (๒๕๕๑)…

Open post
 ครูบาพรหมา

ครูบาพรหมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า

” ครูบาพรหมา พรหมจักโก “

 ครูบาพรหมา หรือ นามเดิม พรหมา พิมสาร เกิดวันที่  30 ส.ค. 2441 ณ บ้านป่าแพ่ง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน อุปสมบท อุปสมบท ณ วัดป่าเหียง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2461 สมณศักดิ์

พระสุพรหมยานเถร มรณภาพ 17 ส.ค. 2527 อายุ 87 ปี 67 พรรษา  ครูบาเจ้าบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 15 ปี และอุปสมบทเมื่ออายุได้ 20 ปี กระทั่งพรรษาที่ 4 ท่าน

ได้เริ่มต้น เข้าสู่วิถีแห่งการปฏิบัติธรรมอย่างเอาจริงเอาจัง ท่านได้ออกธุดงค์ไปตามป่าเขาต่างๆ ทั้งเขตประเทศไทย พม่า และลาว กระทั่งในปีพ.ศ.2491 ท่านจึงได้มาจำพรรษา ณ วัดพระพุทธบาทตากผ้า และได้พัฒนาวัดจนมีชื่อเสียงเป็นศาสนสถาน ที่มีความสำคัญทางศาสนาแห่งหนึ่งของจังหวัดลำพูน

และด้วยการสั่งสมบุญบารมี คุณงามความดีของท่านนี้เองทำให้ ท่านได้รับความเคารพศรัทธาจากพุทธบริษัทโดยทั่วไป แม้ท่านจะผู้มีลาภสักการะมาก

แต่ก็ไม่ได้สะสมถือไว้เป็นสมบัติ ส่วนตนแม้แต่น้อย ในทางตรงข้ามกลับได้มอบสมบัติเหล่านั้น เพื่อใช้ในสาธารณกุศลทั้งหมด ดังนั้น จึงสมควรจะจดจำ ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน และถือปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีสืบไป…

Open post
หลวงพ่อเงิน

หลวงพ่อเงิน แห่ง วัดบางคลาน

หลวงพ่อเงิน เกจิอาจารย์ผู้ทรงพุทธาคมความศักดิ์สิทธิ์

หลวงพ่อเงิน แห่ง วัดบางคลาน หรือ วัดหิรัญญาราม จ.พิจิตร พระเกจิอาจารย์ผู้ทรงพุทธาคมความศักดิ์สิทธิ์ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง

และเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนทั่วไปมาตั้งแต่อดีตสืบจนปัจจุบัน

วัตถุมงคลของท่านล้วนเป็นที่นิยมสะสมและแสวงหา โดยเฉพาะ “พระหลวงพ่อเงิน พิมพ์หล่อโบราณ”

 หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เป็นชาวบ้านบางคลานโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน 10 ปีฉลู ตรงกับวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2351

สมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 6 คน ของนายอู๋ และ นางฟัก ในปี พ.ศ.2356 ลุงได้พาไปอยู่กรุงเทพฯ จนเติบโตเข้าศึกษาเล่าเรียนได้จึงได้นำไปฝากไว้ที่วัดตองปู (วัดชนะสงคราม) พออายุได้ 12 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร

เมื่ออายุครบบวชได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดชนะสงคราม ได้ฉายา “พุทธโชติ” ศึกษาร่ำเรียนพระธรรมวินัยและวิปัสสนากรรมฐาน ท่านยังได้ไปถวายตัวเป็นศิษย์ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม และ หลวงพ่อโพธิ์ วัดวังหมาเน่า พระเกจิผู้เรืองวิทยาอาคม
ต่อมาเมื่อโยมปู่ของท่านป่วยหนัก ท่านจึงได้เดินทางกลับมายัง อ.โพทะเล จำพรรษาอยู่ที่วัดคงคาราม 1 พรรษา แล้วย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดท้ายน้ำ ต่อมาจึงย้ายไปอยู่หมู่บ้านวังตะโกซึ่งลึกเข้าไปทางลำน้ำเก่า โดยนำกิ่งโพธิ์จากวัดเดิมมาด้วย 1 กิ่ง ตั้งจิตอธิษฐานว่า “… ถ้าจะเจริญรุ่งเรือง ขอให้ต้นโพธิ์นี้เจริญงอกงามแผ่กิ่งก้านสาขากว้างใหญ่…” กาลต่อมาปรากฏว่าต้นโพธิ์ของท่านได้เจริญงอกงามดังคำอธิษฐาน นับตั้งแต่นั้นตลอดมา วัดวังตะโกหรือวัดหิรัญญาราม ก็เจริญรุ่งเรืองตามลำดับ ชื่อเสียงของหลวงพ่อได้ขจรไปทั่วทุกทิศานุทิศ มีคนมาขอถวายตัวเป็นลูกศิษย์ด้วยความเคารพศรัทธามิได้ขาด มาขอเครื่องรางของขลัง, รักษาโรคภัยไข้เจ็บ, อาบนํ้ามนต์ ฯลฯ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ และสมณศักดิ์เป็นที่เจ้าคุณฝ่ายวิปัสสนา

หลวงพ่อเงิน มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันศุกร์เดือน 10 แรม 11 ค่ำ ปีมะแม เวลา 5.00 น.ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2462

ณ วัดวังตะโก ต.บางคลาน อ.บางคลาน จ.พิจิตร สิริอายุ 111 ปี 90 พรรษา
หลวงพ่อเงิน ได้สร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลไว้มากมายแต่มีจำนวนไม่มากนัก ซึ่งล้วนทรงพุทธคุณเป็นเลิศปรากฏ ทั้งกระพันชาตรี แคล้วคลาด และโชคลาภ ผู้มีไว้ครอบครองต่างหวงแหน ปัจจุบันจึงหาได้ยากยิ่ง และค่านิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา อาทิเช่น ตะกรุด, พระเครื่องหลวงพ่อเงิน, พระเครื่องรูปเหมือน ฯลฯ หลังจากท่านมรณภาพลงก็ยังคงมีการจัดสร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อเงินอย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ด้วยความเชื่อว่าท่านมาร่วมปลุกเสกด้วยทุกครั้ง ด้วยความศรัทธา พุทธาคมและปาฏิหาริย์จึงปรากฏเฉกเช่นวัตถุมงคลที่ท่านสร้าง

วัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงและนิยมเล่นหากันสุดๆ มีอยู่ 4 พิมพ์ใหญ่ ซึ่งอายุการสร้างถึงปัจจุบันก็ประมาณ 100 ปี

ประกอบด้วย รูปหล่อพิมพ์นิยม รูปหล่อพิมพ์ขี้ตา เหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่ และ เหรียญหล่อพิมพ์จอบเล็ก และยังแยกเป็นพิมพ์ย่อยๆ ได้ดังนี้

พระรูปหล่อพิมพ์นิยม แยกย่อยเป็น 2 พิมพ์ คือ พิมพ์นิยม A และ พิมพ์นิยม B พระรูปหล่อพิมพ์ขี้ตา แยกย่อยเป็น 3 พิมพ์ คือ พิมพ์สามชาย พิมพ์สี่ชาย และ พิมพ์ห้าชาย เหรียญรูปหล่อพิมพ์จอบใหญ่ แยกออกได้เป็น 2 พิมพ์ คือ พิมพ์จอบใหญ่ A และ  พิมพ์จอบใหญ่ B และ เหรียญรูปหล่อพิมพ์จอบเล็ก แยกออกได้เป็น 4  พิมพ์ คือ พิมพ์แข็งตรง พิมพ์แข็งติด พิมพ์เท้ากระดก และพิมพ์ตาขีด…

แหล่งที่มา arjanram

 …

Open post
หลวงปู่เหลือง

หลวงปู่เหลือง เกจิดังวัดกระดึงทอง

หลวงปู่เหลือง เกจิดังบุรีรัมย์

หลวงปู่เหลือง ฉนุทาคโม หรือ “พระราชปัญญาวิสารัท” เป็นมหาเถราจารย์ชื่อดังทางอีสานอีกรูปหนึ่งที่ควรจะแก่การบูชา ตอนนี้ท่านอายุ 92 ปี ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดกระดึงทอง ที่จังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งยังเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าคณะสงฆ์ประจำจังหวัดอีกด้วย ส่วนผลงานที่สะดุดตาของท่านเป็นได้พัฒนาวัดให้เป็นศูนย์รวมของชาวบ้าน โดยการนำพระสงฆ์-เณร ตลอดจนถึงประชาชนชาวบ้านมาร่วมกันปรับปรุงวัดวาอาราม กระทั่งกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

ท่านแน่วแน่สำหรับการปฏิบัติภาวนาอย่างไม่เสื่อมคลาย อยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย แล้วก็ติดดิน แม้ว่าท่านจะมีตำแหน่งสูงทางโลก แต่ท่านไม่เคยถือยศถือตำแหน่งใดๆเลย ท่านยังคงทำหน้าที่ของภิกษุ โดยเป็นตัวอย่างที่ดีรวมทั้งสร้างความเคารพนับถือให้แก่ชาวพุทธ ก็เลยทำให้คุณมีชื่อเสียงแล้วก็มีความศักดิ์สิทธิ์จนถึงผู้คนต่างพากันมาสักการะบูชาท่าน…

Open post
อันดับเหรียญ

3 อันดับเหรียญ ที่มีมูลค่าสูง

3 อันดับเหรียญ หลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อหมุน หลวงพ่อกลั่น

1-เหรียญหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง
อันดับเหรียญ “พระ คุณครูวิสุทธิตระกูลจารย์ญาณมุนี” หรือ “หลวงพ่อแช่ม” วัดไชยสายธารราม (สังสรรค์) อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดภูเก็ต ท่านกำเนิดเมื่อปี 2370 ความโด่งดังของท่านประจักษ์ในคราวเป็นที่พึ่งพิงของราษฎร “ปราบอั้งยี่” ด้วยวิธีการทำ “ผ้าประเจียด” แจกพันหัวราษฎร เพื่อเป็นขวัญแล้วก็กำลังใจสำหรับการต่อสู้จนได้รับชัยท้ายที่สุด
พระเครื่องและก็วัตถุมงคลของ หลวงพ่อแช่ม พุทธคุณเด่นในด้านเมตตามหานิยม เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย อาทิ เหรียญพิมพ์สี่เหลี่ยมที่ท่านผลิตขึ้น เมื่อปี 2473 เหรียญปี 2497 เป็นเหรียญเนื้อเงินลงยา รวมทั้งเหรียญหลวงพ่อแช่มไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ บล็อกยันต์โค้ง ปี 2512 เนื้อทอง แดง รูปหล่อลอยองค์ขนาดเล็ก 2 รุ่น ขนาด 3 นิ้ว นั่งถือพัดยศ สร้างโดยประมาณปี 2520-2529 เหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่อแช่ม ปัจจุบันนี้ราคาเล่นหาสูงมากมาย ตายเมื่อปี 2451 สิริอายุ 81 ปี ปี 61

2-เหรียญหลวงพ่อหมุน วัดบ้านจาน
“หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล” วัดบ้านจาน อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดจังหวัดศรีสะเกษ กำเนิดเมื่อปี 2437 ปัจจุบันนี้พระเครื่องและเครื่องรางของขลังของท่านเป็นที่นิยมอย่างยิ่งใน กลุ่มลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสมพระเครื่องลางอีกทั้งคนไทยรวมทั้งคนต่างชาติ
ปี 2541 หลวงปู่หมุนก็เลยยอมพระคุณครูจ่อยรวมทั้งพระอาจารย์ขวัญและก็แผนกลูกศิษย์จากวัดป่า หนองหล่ม ทำพระเครื่อง “เหรียญไตรมาส” หรือเรียกกันเคยปากว่า “เหรียญเลข 1″ ออกมาเป็นรุ่นแรก
ถัดมามีผู้เจอความอัศจรรย์เกี่ยวกับพระเครื่องแล้วก็วัตถุมงคลของ หลวงปู่หมุน ก็เลยได้ก่อสร้างกุฎีมอบท่าน แล้วก็นิมนต์ให้ท่านมาจำพรรษาที่วัดป่าหนองหล่ม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เมื่อปี 2542 หลังจากนั้นท่านจึงกลับมาจำวัดยังวัดบ้านจาน จังหวัดจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นวัดถิ่นฐานบ้านช่อง มรณภาพเมื่อปี 2546 สิริอายุ 109 ปี ปี 86

3- เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ
“หลวงพ่อกลั่น ธัมมโชติ” อดีตกาลพระอาจารย์มีชื่อเสียงที่วัดพระเครือญาติการาม ตำบลไผ่ลิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาท่านเป็นคนเมืองกรุงเก่าอยุธยาแต่กำเนิด กำเนิดราวปี 2390 อายุอ่อนกว่าหลวงปู่ใหม่ วัดหนัง ราว 5 ปี เดี๋ยวนี้พระเครื่องหลวงพ่อกลั่น เหรียญรุ่นแรกปี 2469 เรียกว่า “เหรียญใบเสมา พิมพ์ข้างหลังขอเบ็ด” ราคาเล่นกล่าวหากันที่หลักล้าน ท่านตาย ตอนวันที่ 21 เดือนกรกฎาคม2477 สิริอายุ 87 ปี ปี 60…