Open post
พระครูสิริศีลสังวร

พระครูสิริศีลสังวร เจ้าอาวาส แห่งวัดศรีดอนมูล จ.เชียงใหม่

 

พระครูสิริศีลสังวร (ครูบาน้อย เตชปญฺโญ) มีดามเดิมว่า ประสิทธิ์ กองคำ เป็นบุตรของคุณพ่อคำ กองคำ

และคุณแม่ต๋าคำ กองคำ เกิดเมื่อ วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2494 แรม 4 ค่ำ เดือน 3 (เหนือ) ปีขาล ที่บ้านศรีดอนมูล ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่มีพี่น้องร่วมบิดา – มารดา เดียวกัน 4 คน คือ นางสาว สงวน กองคำ  พระครูสิริศีลสังวร นายแก้ว กองคำ นายภัทร กองคำ

เมื่อแรกเกิด เด็กชายประสิทธิ์ กองคำ มีสายรกพันรอบตัว ซึ่งตามความเชื่อของครูโบราณในภาคเหนือได้เล่ากันมาว่า จะได้บวชเป็นพระสืบทอด พระพุทธศาสนาต่อไปและแล้วก็เป็นไปตามความเชื่อของคนโบราณ เด็ก

ชายน้อย ชอบติดตามคุณแม่ต๋าคำไปทำบุญที่วัดในวันพระเสมอ เวลาพระเทศน์ เด็กชายน้อย สำรวม กาย วาจา ใจ ตั้งใจฟังพระเทศน์อย่างใจจดใจจ่อ มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังเมื่ออายุได้ 7 ขวด คุณแม่ต๋าคำ กองคำ ได้นำไปฝากเป็นเด็กวัดเพื่อเรียนหนังสือกับครูบาผัด (พระครูใบฎีกาผัด ผุสฺสิตธมฺโม) ณ วัดศรีดอนมูล

ซึ่งในสมัยนั้นครูบาผัดเป็นพระที่มีความสามารถทางคาถาอาคม อยู่ยงคงกระพัน และการรักษาผู้ป่วยด้วยยาสมุนไพร จนชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันดี ในจังหวัดเชียงใหม่ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเด็กชายน้อย ได้รับการพร่ำสอนในเรื่องของ ธรรมมะ อักขระภาษาล้านนา(ซึ่งเป็นภาษาที่รวบรวมคาถาอาคม ของคนล้านนาไว้) จากครูบาผัด ด้วยความตั้งใจ ในการที่เป็นเด็กใฝ่รู้ในการเรียน จึงทำให้เด็กชายน้อยเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วกว่าเด็กวัดคนอื่น ๆ ในรุ่นราวคราวเดียวกัน

ขณะที่เป็นเด็กวัดนั้นท่านได้ศึกษาเล่าเรียนธรรมะอักขระภาษาล้านนา ไปพร้อมกับการศึกษาเล่าเรียนหนังสือตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ไปด้วยจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งถือว่าเรียนจบภาคบังคับ เมื่อเด็กชายน้อยอายุได้ 13 ปี ครูบาผัดได้ปรึกษากับคุณพ่อคำ คุณแม่ต๋าคำ ว่าจะนำเด็กชายน้อยมาทำการบรรพชา เพราะอยู่วัดมานาน และเรียนจบภาคบังคับแล้ว

เมื่อเด็กชายน้อยได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันจันที่ 6 มิถุนายน 2507 ปีมะโรง โดยมีพระครูอินทรสธรรม (ครูบาอิ่นแก้ว) วัดกู่เสือ อ.สารภี เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากนั้นสามเณรน้อยได้ทุ่มเทเวลาในการศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งศึกษาตำรายาสมุนไพร และคาถาอาคมในด้านอยู่ยงคงกระพัน เมตตามหานิยม จากหลวงพ่อครูบาผัดอย่างตั้งใจจริง จนเป็นที่รักและเมตตาของครูบาผัดยิ่งนัก

ในที่สุดท่านสอบได้นักธรรมชั้น ตรี โท เอก ซึ่งขณะนั้นนับเป็นการศึกษาชั้นสูงสุดในการเรียนของโรงเรียนนักธรรมวัดศรีดอนมูล จากนั้นท่านได้เป็นอาจารย์สอนนักธรรมแก่สามเณรรุ่นน้อง ๆ สืบต่อไปอย่างมานะอดทนเพื่อสืบทอดการศึกษาด้านพุทธศาสนาต่อมาท่านได้กราบลาหลวงพ่อครูบาผัด ไปศึกษาต่อในระดับเปรียญธรรม อันเป็นการศึกษาที่สูงขึ้นไปอีก ณ สำนักเรียนวัดบุปผาราม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ท่านศึกษาไปได้ระยะหนึ่งเท่านั้น

ท่านต้องหยุดเรียน เนื่องจากการเดินทางจากวัดศรีดอนมูลไปในตัวจังหวัดเชียงใหม่ในสมัยนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก ประกับกับหลวงพ่อครูบาผัดไม่มีใครช่วยทำงานทางศาสนาครูบาน้อยจึงต้องกลับมาปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อครูบาผัดเช่นเดิม
หลังจากที่สามเณรน้อยได้กลับมาช่วยงานพระครูพิศิษฏ์สังฆการ (ครูบาผัดซึ่งดำรงตำแน่งเป็นรองเจ้าคณะอำเภอสารภี) ได้ระยะหนึ่ง อายุพรรษาของท่านครบอุปสมบทพอดี จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2514 ณ พระอุโบสถวัดพญาชมพู โดยมีพระครูพุทธาทิตยวงศ์ (ครูบาอุ่นเรือน) วัดป่าแคโยงเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสมชุตินธโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดผัด ผุสสิตธมโม เป็นอนุสาวนาจารย์ หลังจากที่ได้อุปสมบทแล้วจึงได้รับ ฉายาว่า เตชปญฺโญ อันมีความหมายว่าผู้มีปัญญาเป็นเดช

หลังจากที่ได้ทำการอุปสมบทแล้วพระภิกษุน้อยได้ช่วยเหลืองานของหลวงพ่อครูบาผัด ซึ่งเป็นรองเจ้าคณะอำเภอสารภี ด้านสาธารณูปการ คือในด้านดูแลการสร้างศาสนสถานและศาสนวัตถุของวัดทุกวัดในอำเภอสารภี แต่เมื่อหน้าที่การงานและความรับผิดชอบของท่านในด้านศาสนามากขึ้น แต่ท่านไม่ทิ้งด้านการศึกษา ดังนั้น ท่านจึงได้ปรารภเรื่องการเรียนกับหลวงพ่อครูบาผัดว่า ท่านต้องการเรียนภาษาบาลี ซึ่งเป็นภาษาที่บันทึกเอาคำ

สอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ถึง 84000 พระธรรมขันธ์ อันมีพระสูตร พระธรรรม พระวินัย หรือเรียกกันว่า พระไตรปิฎก ท่านจึงได้กราบลาหลวงพ่อครูบาผัดไปศึกษาในระดับเปรียญธรรม เป็นครั้งที่ 2 โดยไปศึกษาที่หอปรยัติธรรม วัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูนจนท่านสามารถสอบได้เปรียญ 1 และ 2 ขณะทีท่านกำลังศึกษา ประโยค 3 อยู่นั้น ภารกิจในด้านการเผยแพร่พระพุทธศาสนาของหลวงพ่อครูบาผัดทั้งในด้านการ

ปกครองการเผยแผ่ การสาธารณูปโภค รวมทั้งการศึกษาได้เพิ่มมากขึ้น ท่านต้องการคนช่วยแบ่งเบาภาระในหน้าที่การทำงาน พระภิกษุน้อยจึงต้องออกจากการศึกษาเป็นครั้งที่ 2 เพราะความผูกพันระหว่างศิษย์กับอาจารย์มีมาก เหนือกว่าสิ่งใดนั้นเอง…